[Fic-Infinite]Because you're different CH9
posted on 07 Nov 2011 22:47 by kf-subs in fic*ตอนนี้รบกวรอ่านส่วน Talk หน่อยนะคะ ^^;;
Because You’re Different [myungyeol,woogyu,yadong]
Chapter 9
Author : Hoyatic
Translate : KF
Talk : สวัสดีค่ะ BYD ตอนที่ 9 แล้ว ตอนนี้ทางผู้เขียนยังไม่ได้อัพเพิ่มตอนที่10นะคะ ก็เลยอยากจะถามความเห็นทุกคน(ที่ให้ความกรุณาอ่านส่วนนี้)หน่อยว่า ควรจะหยุดก่อน(แค่ระหว่างSaying I love you กับ BYD ก็ตีกันมั่วแล้ว)หรืออยากให้ไรท์เอาฟิคของไรท์มาลงคะ??
ขอพื้นที่ดราม่าสักนิด รู้สึกเสียใจมากที่บ้านเมืองของเรายังน้ำท่วมอยู่อย่างนี้ ไรท์ก็เป็นคนนึงที่น้ำท่วมบ้าน อยู่โรงแรมที่ต่างจังหวัดมา12วันแล้วค่ะ บอกตามตรงคิดถึงบ้านมาก ท้อใจมาก T^T แต่ก็ต้องสู้ค่ะ ใครที่น้ำท่วมเหมือนกันก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
P.S. ตามไปอ่านต้นฉบับ http://www.asianfanfics.com/story/view/70090/
คำเตือน : เรื่องนี้ประกอบไปด้วยคำหยาบ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ฟิคเรื่องนี้ได้รับอนุญาตให้แปลแล้วนะคะ*
![]()
ในที่สุดแอลก็ได้กลับมาที่บ้านเล็กๆของเขาในสภาพหอบหนักและผลักประตูให้ปิด เขารู้สึกดีใจที่รอดมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนหน้านั้น นักเลงคนนึงฟาดเขาด้วยแท่งเหล็ก ที่สามารถสร้างบาดแผลอย่างหนักหรืออาจจะทำให้ถึงตาย แอลคิดว่านานแค่ไหนแล้วที่ร่างกายของเขาทนกับความเจ็บปวดพวกนี้ได้ นานแค่ไหนแล้วที่ใจของเขาไม่รับรู้สึกอะไร...
แอลคิดถึงหลายปีที่ผ่านมา หลายปีที่เขาต้องสู้ในนามของแก๊ง ที่ทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้เขา เขาไม่ได้อยากให้ชีวิตของเขาเป็ฯแบบนี้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก พ่อของเขาได้กำหนดทางเดินให้เขาแล้ว เขาเพียงแค่หุ่นเชิดที่ต้องทำตาม
แอลทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาและหลับตาลง เขาร้องออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวดอย่างมากที่แล่นแปลบขึ้นที่แขนของเขา เขาบาดเจ็บจากการต่อสู้และเสียเลือดมาก
เมื่อแอลกำลังจะหยิบยาแก้ปวด เขาก็รู้สึกถึงมือถือที่สั่นอยู่ของเขา เขาบ่นกับตัวเองอย่างกระสับกระส่าย และรับโทรศัพท์ แอลรู้สึกแปลกใจเมื่อคนที่โทรหาเขาคือ ซองยอล
“ไงแอล...อืม..ฉันแค่โทรมาถามว่านายเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย? ตอนนี้ยุ่งอยู่รึเปล่า?”
แอลมองนาฬิกาบนผนัง นี่ก็ตีสองแล้ว ทำไมซองยอลถึงได้โทรมาหาเขาตอนนี้...
...
ซองยอลหยุดและรอให้แอลตอบ แต่แอลก็ไม่พูดสักที เขาจึงคิดอย่างผิดหวัง
‘เวร ทำไมฉันถึงโทรไปหาเขาก่อนละเนี่ย’
หลังจากที่เขาคุยกับโฮย่าวันนั้น ซองยอลรู้สึกเป็นห่วงแอลมากขึ้น ซองยอลพลิกตัวไปมาบนเตียงของเขาและไม่มีท่าทีจะหลับ เขากังวลเกี่ยวกับแอลและตัดสินใจโทรหาเขา
“เอ่อ...ยังอยู่มั้ย” ซองยอลพูดอีกครั้งหวังว่าแอลจะไม่โกรธที่เขาโทรมากะทันหัน
“อ่อ ยังอยู่...ฉันแค่..” ซองยอลรู้สึกว่าแอลหายในหนักขึ้น เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงที่แอลร้องออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด ซองยอลบีบมือของตัวเองด้วยความกังวล หวังว่าแอลจะไม่เป็นอะไร
“นายเป็นไรมั้ย??”
“อืม ไม่เป็นไร แค่บาดเจ็บนิดหน่อย...อืม ฉันเริ่มจะเหนื่อยละ นี่ก็ดึกมากแล้ว บางทีพรุ่งนี้เราอาจจะไปเที่ยวด้วยกันก็ได้นะ”
“อ่อ งั้นโอเค อืม...บาย” ‘ฉันรักนาย’ ซองยอลอยากที่จะพูดออกไป เขารู้สึกผิดหวังนิดๆที่เขาคุยกันไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ
วันนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับซองยอล เขารู้ความจริงเกี่ยวกับแอล จากนั้นซองจงโทรมาบอกว่าเอซจะเป็นนักแสดงนำชายแทนเขา เขาเสียใจมากเพราะเขาทุ่มเทซ้อมบทของเขาทั้งอาทิตย์ และสุดท้ายดูเหมือนแอลจะไม่ค่อยอยากพูดกับเขา
“วันนี้มันแย่ ราตรีสวัสดิ์วันห่วยๆ” ซองยอลบ่นและเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง
...
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน นกต่างส่งเสียงร้องอย่างมีความสุขเป็นสัญญาณของบ่ายวันเสาร์ที่สวยงาม
โฮย่านั่งประหม่าอยู่ข้างดงวู และกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย ในตอนแรกโฮย่าแค่จะมาขอโทษดงวูที่บ้านของเขา แต่กลับไม่มีใครยอมเริ่มปริปากออกมาก่อนเลย
ทั้งๆที่ตาของเขาจ้องอยู่ที่ทีวี แต่ดงวูก็ยังแอบเหลือบมองโฮย่าและรู้ว่าโฮย่าก็แอบมองเขาอยู่ ดงวูถอนหายใจ บางทีเขาไม่ควรจะทำตัวหดหู่แบบนี้ มันไม่ยุติธรรมกับโฮย่า
‘ฉันเดาว่า มันคงจะโอเคถ้าเราเป็นแค่เพื่อน เฮ้อ...ถ้าเขามีความสุขฉันก็ควรมีความสุขสิ’ ดงวูคิด
ในตอนนั้นตาของทั้งคู่หันมาสบกันพอดี ตาของโฮย่าดูเจ็บปวด ดงวูทนไม่ได้ที่โฮย่าจะเป็นแบบนี้และคิดจะขอโทษเขา
“โฮย่า...ฉัน”
“ดงวู ดูสิ!! เพนกวินบิน!” โฮย่าพูดอย่างตื่นเต้นและชี้ออกไปนอกหน้าต่าง
ดงวูรู้สึกสนใจมากและหันกลับไปมอง “เฮ้..เพนกวินมันบินได้ที่...”
ก่อนที่ดงวูจะพูดอะไรจบโฮย่าก็ดึงตัวเขาไปกอด ดงวูตกใจและรู้ว่าตัวเองกำลังอายแต่ก็รู้สึกอุ่นใจ
เวลาเหมือนจะหยุดในเวลาที่สำคัญแบบนี้สำหรับพวกเขา ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงใจที่เต้นแรงของอีกฝ่าย ช่วงเวลาอันสงบสุขนั้น ยิ่งตอกย้ำว่านี่เป็นเวลาสำคัญสำหรับพวกเขา
“ดงวูฮยอง ขอโทษนะผมไม่ได้ตั้งใจ” โฮย่ากระซิบเบาๆ พวกเขายังคงกอดกันอยู่
“มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก ฉันแค่...เอ่อไม่รู้แหะ ฉันคงคิดมากเรื่องอื่นน่ะ” ดงวูพูดและผลักโฮย่าออกเบาๆ ดงวูรู้ว่าเขายังอยากจะกอดโฮย่าอยู่แต่เขารู้สึกว่าเขาไม่ควรจะข้ามเส้น พวกเขาเป็นแค่เพื่อน
โฮย่ามองดงวูและค่อยๆยิ้มออกมา
“ย๊า...นายชอบฉันใช่มั้ยเนี่ย”
ตั้งแต่วันนั้นโฮย่านั่งคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ดงวูไม่สบายใจ โชคดีของเขาที่ซองจงเดาว่าดงวูอิจฉาที่โฮย่าใกล้ชิดเขา เป็นการเดาที่มีเหตุผลมากทีเดียว เมื่อดงวูเป็นพวกอ่อนไหวง่ายอยู่ด้วย
ดงวูสะดุ้งกับคำถามของโฮย่าและมองไปทางอื่น
“อืมใช่...เอ่อไม่ใช่สิ เอ่อฉันหมายถึง...โอ้ยไม่รู้โว้ย! หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเหอะ” ดงวูพยายามสงบสติอารมณ์ เขาอายที่โฮย่ารู้ว่าเขารู้สึกยังไง
ก่อนที่โฮย่าจะพูดอะไร ดงวูขว้าแขนของเขาและลากออกไปนอกบ้าน ได้เห็นดงวูอายอย่างนี้ โฮย่ารู้สึกขำและดีใจที่เหมือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม
ขณะที่พวกเขาวิ่งไปตามทาง โฮย่าพูดขึ้นในขณะที่หยุดพักหายใจ
“ฮยอง...ผม...ชอบฮยองเหมือนกัน”
ดงวูทำเป็นไม่ได้ยินและยิ้มพร้อมทั้งคว้าแขนโฮย่าวิ่งเร็วกว่าเดิม
...
ซองยอลยืนอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและกำลังรอแอลอยู่ ซองยอลไม่ได้รู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ใกล้แอลอีกต่อไป แต่รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเมื่อเจอแอล ความจริงเขาไม่ได้คิดไว้เลยว่าเขากับแอลจะไปทำอะไรดี แต่สำหรับซองยอล มันไม่มีปัญหา ตราบใดที่เขาได้ใช้เวลาร่วมกับแอล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่ดีสำหรับเรื่องที่เขาไม่ได้เล่นละครนั่น อีกทั้งความเครียดอย่างมากจากโรงเรียน บางทีเขาอาจจะต้องการคุยกับใครบางคน
ทันใดนั้นซองยอลรู้สึกว่ามีมือมาตบไหล่ของเขา เขาหันกลับไปและเห็นแอลที่กำลังยิ้มให้เขา
“ไง เด็กประถม” แอลทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกของเขา ซองยอลรู้สึกว่ามันเซ็กซี่มาก
‘เวร เลิกทำตัวเพอร์เฟ็คสักทีเถอะน่า’ ซองยอลคิด และพลันสายตาของเขาก็สะดุดกับผ้าพันแผลบนแขนของแอลที่เห็นได้ชัดเจนเนื่องจากเขาใส่เสื้อแขนกุดมา
“อย่าคิดมากน่า ไม่เป็นไรหรอก” แอลสังเกตเห็นใบหน้าเป็นห่วงของซองยอลที่จ้องแขนเขา
“แล้วเราจะไปไหนกันดี?”
“อืม...ไม่รู้เหมือนกันแหะ บางทีเราอาจจะไปทำอะไรก็ได้ที่นายชอบ” ซองยอลตอบและทำแก้มป่องโดยไม่รู้ตัว มันเหมือนจะเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว
แอลขำนิดๆและยื่นมือไปหยิกแก้มซองยอล
“อืมไปสิ นายหยุดทำตัวน่ารักได้แล้ว หน้าตาอย่างกับหนูแฮมเสตอร์”
ซองยอลรู้สึกว่าแก้มของเขาร้อนผ่าว ปกติเขาชินแล้วกับการที่มีคนพูดถึงเรื่องแก้มของเขาแต่นี่มันมาจากแอล แอลคนที่เขาตกหลุมรัก ซึ่งแน่นอนมันย่อมให้ความรู้สึกแตกต่าง ต้องขอบคุณแก้มป่องๆของเขาจริงๆ
“อืม...ตั้งแต่ที่ฉันยุ่งกับงานที่พ่อฉันให้ทำ ฉันก็ไม่ค่อยได้เล่นสนุกอะไรเท่าไหร่ นานมาแล้วแค่เล่นบิลเลียดเป็นบางครั้ง นอกจากว่านายจะเหมารวมว่าขโมยของกับการต่อสู้จะสนุกน่ะนะ” แอลยิ้มกับชีวิตน่าเบื่อที่ค่อยข้างจะรุณแรงของเขา
“โอ้ โอเคงั้นเราไปขโมยของแล้วก็สู้กับคนอื่นกันเหอะ”
“เห้ย!” แอลเบิกตากว้าง ‘อ่า...เด็กคนนี้นิ’
“ชิ..ฉันแค่ล้อเล่นหรอกน่า ฉันมันก็แค่ไอ้สมองกลวงที่ก่อคดีแบบนั้นไม่เป็น แต่มันก็น่าสนใจดี นายไม่เคยถูกจับเลยหรอตอนขโมยของน่ะ” ซองยอลตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่อ่ะอืม...แค่ครั้งเดียว แล้วก็ไม่มีอีกเลย ปัจจุบันฉันไม่ค่อยขโมยอะไรแล้วล่ะ แต่เมื่อก่อนฉันก็แค่ทำเพื่อความสนุกก็เลยขโมยแค่ของไร้สาระถูกๆน่ะ ดูโง่ใช่มั้ย? แต่ฉันก็ยังสนุกไปกับช่วงเวลาที่เดินออกจากร้านโดยไม่มีใครรู้ว่าฉันขโมยของนั่นแหละ อืม...ความทรงจำสมัยเด็ก” แอลพูดและถอนหายใจ ซองยอลยิ้มแหยๆ
“ฉันอยากลองน่ะ ได้มั้ย?” ซองยอลถามอย่างตื่นเต้น ความจริงเขาคิดว่าชีวิตเขามันน่าเบื่อ ทั้งๆที่รู้ว่าขโมยของมันผิดแต่เขาก็แค่อยากมีประสบการณ์สักครั้งหนึ่งในชีวิต เขามั่นใจว่าจะไม่ทำมันอีก
“ไม่มีทาง ฉันให้นายทำไม่ได้ นายเป็นเด็กดีอย่าเอาตัวอย่างฉันเลย” แอลคัดค้าน เขาไม่มีทางให้ซองยอลทำลายอนาคตตัวเองอย่างนั้น
ซองยอลผิดหวังและมองแอลด้วยหน้าตาลูกหมา ‘ถ้ามันใช้ได้ผลกับอูฮยอน ฉันก็ควรจะลองกับเขา’
“น่า นะ ครั้งเดียว ฉันสาบานว่าจะไม่ทำอีก”
“ฉันบอกว่าไม่ไง ไม่มีทางที่ฉันจะให้นาย...”
“ฉัน ลีซองยอล ขอสาบานว่าหากขโมยของอีก ฉันจะโดนฟ้าผ่าและ...”
“โอเคพอๆ อย่าสาบานบ้าๆน่า นายมีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ เลิกทำตัวน้ำเน่าได้แล้ว” แอลยอมแพ้ในที่สุด เขาประทับใจในความมุ่งมั่นของซองยอล หรือมันอาจจะเป็นความดื้อรั้น
ซองยอลยิ้มกว้างกับชัยชนะของเขา จากนั้นเขาทั้งคู่ก็เดินไปยังร้านเครื่องประดับแถวๆนั้น แอลถอนหายใจ เขารู้สึกผิดที่สอนซองยอลในสิ่งไม่ดี
“โอเค ดูฉันเป็นตัวอย่างก่อนแล้วกัน” แอลพูดและเดินเข้าไปในร้านอย่างสบายๆ ในนั้นมีวัยรุ่นผู้หญิงอายุประมาณพวกเขาเป็นแคชเชียร์ เธอกำลังง่วนอยู่กับการส่งข้อความและไม่ได้ใส่ใจแอลที่เดินเข้าไป แอลกวาดสายตาของเขาไปบนชั้นและเห็นแหวนรูปร่างสวยวางอยู่ ‘เยี่ยม’
ซองยอลมองจากด้านนอก เขาเห็นว่าความสนใจของแอลอยู่ที่แหวนบนชั้นนั่น แอลเดินวนไปวนมาสักครู่จนแน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มองจึงหยิบแหวนสองวงอย่างรวดเร็ว เขาหันมายิ้มหวานให้ซองยอลและเดินอย่างลับๆล่อๆออกจากร้าน
ซองยอลรู้สึกทึ่งกับความเร็วและไร้ที่ติของแอล แอลดูสงบเยือกเย็น
‘ทำไมไอบ้านี่ถึงดูน่าหลงใหลตลอดเวลานะ ขนาดเวลาก่อคดีความยังดูหล่อเลย’ ซองยอลคิด
“อ่ะ เอาไปฉันหยิบของตัวเองมาด้วย” แอลพูดและวางแหวนวงหนึ่งไว้บนมือซองยอล แหวนเงินส่องประกายท่ามกลางแสงแดด มันไม่ได้แพงอะไรแต่มันสวยมาก ซองยอลชอบมัน โดยเฉพาะยิ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากแอล
“ขอบคุณนะแอล” ซองยอลยิ้มกว้างและพยายามเก็บอาการตื่นเต้น หลังจากนั้นซองยอลเพิ่งจะนึกได้ว่าถึงตาเขาแล้ว ซองยอลกลืนน้ำลาย ดูท่ามันจะยากกว่าที่เขาคิด ถ้าเกิดเขาถูกจับได้ล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นซองยอลไม่อยากขายหน้าต่อหน้าแอล
เขาทั้งคู่เดินไปเดินมาและหยุดอยู่หน้าร้านขายของร้านหนึ่ง ซองยอลแสดงออกว่าเขาอยากขโมยบางสิ่งจากร้านนั้น แอลจึงถามซองยอลอีกครั้งว่าเขาแน่ใจที่จะทำแบบนี้หรอ ซองยอลยืนกรานที่จะทำ ถ้าถอยกลับตอนนี้อาจจะดูขี้ขลาดไปสักหน่อยสำหรับซองยอล
“โชคดีนะ เด็กประถม” แอลยิ้มและตบหลังซองยอล เขายืนอยู่ข้างนอกและมองซองยอลที่ก้าวเท้าเข้าไปอย่างประหม่า
มีเพียงลูกค้าอีกคนที่กำลังจ่ายเงินอยู่ แคชเชียร์เป็นผู้หญิงวัยกลางคน น่าจะประมาณสี่สิบ เธอดูอบอุ่นและต้อนรับซองยอลด้วยรอยยิ้ม
ซองยอลยิ้มกลับอย่างกระวนกระวาย และกวาดสายตาหาของที่ง่ายจะขโมย เขาเข้าใกล้ชั้นที่เต็มไปด้วยลูกกวาด เขามองไปข้างหลังและข้างนอก เพื่อความแน่ใจว่าแคชเชียร์ไม่ได้มองเขาอยู่ ซองยอลหายใจเข้าลึกๆก่อนจะหยิบลูกกวาดมาและยัดใส่กระเป๋า ใจเขาเต้นเร็วและรู้สึกถึงอดรีนาลีนที่ไหลตามเส้นเลือดของเขา ซองยอลรีบเดินไปยังทางออก แต่แคชเชียร์ก็ตะโกนขึ้น
“นี่หนู! จะไปไหนน่ะ เธอต้องจ่ายเงินก่อนนะ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ”
‘เวร’ ซองยอลหยุดหายใจชั่วขณะ เขาต้องตายแน่ถ้าโดนตำรวจจับ แม่ต้องบีบคอเขา พ่อต้องเผาเขาทั้งเป็น ส่วนซองกยูฮยองต้องเอาแต่ด่าเขาเหมือนคนแก่แน่ๆ ซองยอลรู้ว่ามือเขากำลังสั่นด้วยความกลัว และคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ทันใดนั้นเขาเห็นแอลพยายามอธิบายกับแคชเชียร์
“ขอโทษครับ น้องผมไม่ได้ตั้งใจ ปล่อยเขาไปเถอะ” แอลทำหน้าตาน่าสงสาร เขาหวังว่าจะช่วยกู้สถานการณ์ได้
“หมายความว่าไงที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาคงไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกนะ” แคชเชียร์ตอบอย่างหมดความอดทนและหยิบโทรศัพท์เพื่อจะโทรหาตำรวจ
“เดี๊ยวครับ คือน้องผม...เขาไม่ค่อยปกติน่ะครับ เขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่” แอลพยายามหาข้อแก้ตัว
ซองยอลเบิกตากว้างและขยับปากเป็นคำ “อะไรของนายว่ะ” แอลรีบศอกพุงซองยอล
คุณน้าคนนั้นวางโทรศัพท์กลับที่เดิมและจ้องซองยอล และขมวดคิ้ว “เอ้า อย่างนั้นหรอ?”
แอลซอกพุงซองยอลอีกครั้ง
“ป๋ม ชอบลูกกวาดกั๊บ หม่าม้าบอกป๋มว่าถ้าป๋มเปงเดกดี ป๋มจะได้ลูกกวาด ลูกกวาดเนี่ยรสชาติเหมือนลูกกวาดเลยนะกั๊บ” ซองยอลพูดอย่างยืดยาดและตอบอย่างเกินจริงจนสามารถโน้มน้าวใจได้ เขาทำถึงขนาดทำแก้มป่องเพื่อเรียกความเห็นใจ ขณะเดียวกันแอลพยายามอย่างหนักที่จะกลั้นหัวเราะ
แคชเชียร์ลังเลเล็กน้อยก่อนจะปักใจเชื่อ เธอถอนหายใจ
“โอเค ฉันจะปล่อยเขาไป บอกเขาด้วยว่าอย่าขโมยของใครอีกแล้วก็ดูแลเขาให้ดีนะ ลูกกวาดนั่นน้าให้”
แอลถอนหายใจด้วยความโล่งอกและขอบคุณแคชเชียร์ก่อนจะพาซองยอลออกจากร้าน
หลังจากที่พวกเขาเดินไปไกลจากร้านนั้นแล้ว เขาทั้งคู่หัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า
“พระเจ้า ไอบ้า นั่นมันหน้าอายสุดๆเลยนะ” ซองยอลมุดหน้ากับมือของเขาและพยายามพูดโดยไม่หัวเราะ แต่เขาก็ทนไม่ไหวและหัวเราะไปกับแอลในตอนสุดท้าย
“เฮ้! สำนึกบุญคุณกันหน่อยสิ ฉันช่วยนายไว้ชัดๆ แต่นั่นมันฮามากจริงๆ ฮ่าๆๆๆ ลูกกวาดเนี่ยรสชาติเหมือนลูกกวาดเลยนะกั๊บ ฮ่าๆๆๆๆ แล้วเธอก็เชื่อนายด้วยนะ นายมันนักแสดงจริงๆ ฮ่าๆๆๆ”
แอลขำอย่างกับคนบ้า หน้าของเขาเริ่มแดงจากการขำอย่างหนัก เขาคุมตัวเองไม่อยู่และขำหนักกว่าเดิมเมื่อซองยอลตบแขนเขา
“ไอบ้า คิมมยองซู หุบปาก!” ซองยอลตะโกนแต่เขาเองก็ยังขำเหมือนคนบ้าเช่นกัน ผู้คนแถวนั้นหันมามองคนประหลาดสองคนแต่ก็ไม่ได้สนใจนัก ซองยอลกับแอลเหมือนจะอยู่ในโลกบ้าๆส่วนตัวของพวกเขา
แอลไม่ได้รู้สึกดีอย่างนี้มานานแล้ว ความจริงหลายปีผ่านมามีแต่ความทุกข์ทรมาน เขาแทบจะจะไม่ได้ว่าเมื่อไหร่กันที่เขาได้หัวเราะแบบจริงใจอย่างนี้ แต่กับซองยอล เขามีความสุขและไร้ความกังวลใดๆ เขารู้สึกอบอุ่นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่สินะความสุข แอลมองไปยังเด็กประถมที่ขำอยู่และยิ้ม
‘ขอบคุณนะ ซองยอล ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตฉัน’
![]()
ใครยังไม่ได้อ่านส่วน Talk อย่าลืมอ่านนะคะ

ฟิคอินฟินิทหายากจิงๆ - - หนุกดีค่ะ
#1 By omlet (182.52.32.134) on 2011-11-08 23:22